อยากลดขนาดหน้าอก เรื่องกลุ้มๆของคนหน้าอกใหญ่

กรกฎาคม 11, 2021

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

“หน้าอกใหญ่” อาจจะเป็นความฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน แต่มีคนอีกจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์ทรมานจากขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ จากการที่ร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักหน้าอกที่มากเกินไปไว้ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลตามมา คือ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแขน ชาแขน อาจเป็นแผลบริเวณสายเสื้อชั้นใน และมีปัญหาติดเชื้อใต้ราวนม เนื่องจากมีความชื้นของเหงื่อไคลเกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้เกิดเชื้อราได้  นอกจากนี้คนหน้าอกใหญ่ยังอาจหาเสื้อผ้าใส่ลำบาก ไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองอีกด้วย

ทำไมหน้าอกถึงมีขนาดใหญ่ ?

ลดขนาดหน้าอกใหญ่ 

สาเหตุของหน้าอกใหญ่ เกิดจากสาเหตุหลักๆ  3 อย่าง คือ

  1. ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) แต่เชื่อว่าเกิดจากเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มากเกินไป สาเหตุนี้พบบ่อยที่สุด
  2. เต้านมใหญ่ผิดปกติในวัยรุ่นหรือเรียกว่า “Juvenile Breast Hypertrophy” เต้านมจะโตขึ้นช่วงวัยรุ่น และอย่างรวดเร็วประมาณ 6 เดือน แล้วจะค่อยๆโตอย่างช้าๆ อาจจะโตข้างเดียวหรือเป็นทั้ง 2 ข้างก็ได้ มีรายงานว่าอาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมร่วมด้วย
  3. เต้านมใหญ่ผิดปกติจากการตั้งครรภ์ หรือเรียกว่า “Pregnancy-Induced Breast Hypertrophy” โดยปกติเต้านมจะใหญ่ขึ้นเมื่อตั้งครรภ์อยู่แล้ว และขนาดจะลดลงตามลำดับหลังจากหยุดให้นมบุตร แต่ในกลุ่มนี้เต้านมจะมีขนาดใหญ่ผิดปกติ และไม่ยุบลงหลังหยุดให้นมบุตร บางรายอาจแตกเป็นแผลและติดเชื้อได้

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดรักษาหน้าอกใหญ่

ปัจจุบันไม่มีขนาดหน้าอกที่บอกอย่างชัดเจนว่า หน้าอกใหญ่ และควรผ่าตัด แต่ที่ใช้ในการรักษาปัจจุบันคือมีขนาดหน้าอกใหญ่ ร่วมกับมีอาการต่างๆดังกล่าวข้างต้น แต่ทั้งนี้ก่อนผ่าตัดต้องแน่ใจว่าหน้าอกหยุดโตแล้ว ยกเว้นกรณีที่หน้าอกยังเพิ่มขนาดอยู่แต่ผู้ป่วยมีอาการมากจนมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถผ่าตัดลดขนาดก่อน แล้วสังเหตุอาการต่อไป ถ้าหน้าอกยังเพิ่มขนาดอีก ก็อาจจะผ่าตัดลดขนาดอีกครั้ง แต่กลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น ดังนั้นถ้าจะให้ดีควรรอจนหน้าอกหยุดเพิ่มขนาดก่อนค่อยผ่าตัด

การตรวจ mammogram ก่อนผ่าตัดจำเป็นหรือไม่

การตรวจ mammogram

การตรวจ mammogram ควรทำในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรืออายุน้อยกว่า 40 ปีร่วมกับมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น พบก้อนที่เต้านม หรือมีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมในครอบครัว ซึ่งบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้อัลตราซาวด์ร่วมด้วย  

เป้าหมายของการผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ผู้ป่วยต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าต้องการขนาดประมาณเท่าไหร่ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือ ใช้รูปประกอบเพื่อบอกศัลยแพทย์ตกแต่ง แต่จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ของการผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก ลงไม่เพียงแต่ลดขนาดหน้าอกเท่านั้น สิ่งสำคัญอื่นๆที่ต้องคำนึง คือ

  • ลดขนาดหน้าอกให้ได้ขนาดตามต้องการ พร้อมทั้งให้มีเลือดและเส้นประสาทไปเลี้ยงเนื้อเต้านมและหัวนมอย่างเพียงพอ
  • เพื่อลดอาการต่างๆของผู้ป่วยที่เกิดจากหน้าอกใหญ่ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ เป็นต้น
  • เพื่อให้ได้รูปทรงเต้านมสวยงาม และคงรูปได้ในระยะยาว
  • เพื่อให้หัวนมและลานนมอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • มีแผลเป็นน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ชนิดของแผลผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก

แผลผ่าตัดที่ใช้ในการลดขนาดเต้านมที่นิยมมีอยู่ 3 ชนิด คือ

1. แผลผ่าตัดรอบปานนม (Circumareolar Incision) 

แผลผ่าตัดรอบปานนม

ข้อดี : แผลเป็นน้อย มีเฉพาะรอบลานนมเท่านั้น

ข้อเสีย : ลดขนาดเต้านมได้ไม่มาก ยกหัวนมขึ้นได้ไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลานหัวนมอาจผิดรูปได้

2. แผลผ่าตัดแบบตั้ง (Vertical Incision)

แผลผ่าตัดแบบตั้ง

ข้อดี : แผลผ่าตัดสั้น ระยะเวลาในการผ่าตัดน้อย 

ข้อเสีย : เก็บผิวหนังส่วนเกินได้เฉพาะในแนวตั้งเท่านั้น ตัดเต้านมได้ไม่มาก เต้านมช่วงแรกดูไม่สวย ต้องรอเวลาประมาณ 3-6 เดือนจึงเข้ารูปได้

3. แผลผ่าตัดรูปตัว T (inverted T Incision) 

แผลผ่าตัดรูปตัว T

ข้อดี : ลดขนาดเต้านมได้ตามต้องการ รูปร่างเต้านมสวยและใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ตัดผิวหนังส่วนเกินได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน 

ข้อเสีย : ใช้เวลาในการผ่าตัดนาน แผลผ่าตัดยาว

ปัญหาแทรกซ้อน

การผ่าตัดลดขนาดเต้านมอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายๆ เป็น 2 ระยะ คือ

1. ระยะแรก  เกิดขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

  • แผลแยกและแผลหายช้า เกิดเนื่องจากความตึงของผิวหนังมาก และเส้นเลือดไปเลี้ยงไม่พอ 
  • หัวนมและลานนมตาย เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวนมและลานนมไม่เพียงพอ 
  • เนื้อนมตาย เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงเนื้อเต้านมไม่เพียงพอ รักษาโดยการทำแผล 
  • เลือดคั่งและก้อนเลือดบริเวณแผลผ่าตัด เกิดจากเลือดออกในบริเวณรอยแผล 

2. ระยะหลัง 

  • แผลเป็น รักษาโดยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็น หรือฉีดยารักษาแผลเป็น
  • รูปร่างเต้านมไม่สวย หรือหย่อนคล้อย 
  • ตำแหน่งหัวนมและลานนมผิดตำแหน่ง
  • เต้านมไม่เท่ากัน 

การแก้ไขปัญหาแทรกซ้อนที่กล่าวมาข้างต้น บางกรณีอาจต้องการการผ่าตัดเพื่อแก้ไขเพื่อรักษาปัญหาดังกล่าว เช่น แผลแยก แผลหายช้า รูปร่างเต้านมไม่สวย หรือหย่อนคล้อย เป็นต้น

ดังนั้นถ้ามีปัญหา หน้าอกใหญ่ หรือมีอาการดังกล่าวที่เกิดร่วมกับหน้าอกใหญ่ และต้องการแก้ไข ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อให้คำแนะนำในการรักษาต่อได้ที่  LINE @Becontour 


แก้ปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังลดนํ้าหนัก: เปรียบเทียบ 5 วิธีผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องที่ศัลยแพทย์แนะนํา

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ผ่าตัดกระชับหน้าท้องแบบไหนดี หลายคนที่มีน้ำหนักลดลง ไม่ว่าจะเป็นหลังคลอด หลังลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายหรือผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะลดน้ำหนักได้มากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ก็จะมีผิวหนังและไขมันที่หย่อนคล้อยลง โดยเฉพาะหน้าท้องซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งช่วยกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่า แผลในการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องมีแบบไหนบ้าง และกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินตรงไหนได้บ้าง แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง มีกี่แบบ ผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง เป็นปัญหาหลักที่คนลดน้ำหนักต้องการผ่าตัดแก้ไขมากที่สุด เนื่องจากผิวหนังม้วนพับบริเวณหน้าท้องส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการเคลื่อนไหว สุขอนามัยและปัญหาผิวหนังถลอก ผิวหนังติดเชื้อตามมา อีกทั้งทำให้ออกกำลังกายไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก จนต้องมารับการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้แบ่งง่าย ๆ ออกได้เป็น 5 แบบ ขึ้นกับผิวหนังส่วนเกินว่าอยู่ตรงไหน และต้องการยกกระชับบริเวณไหนบ้าง เปรียบเทียบแผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง 5 แบบ แบบที่ 1 Mini Abdominoplasty ตัดเฉพาะผิวหนังและส่วนเกินทางด้านหน้าอย่างเดียว โดยไม่ย้ายสะดือ แบบนี้เหมาะกับคนที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือบริเวณใต้สะดือเท่านั้น แต่วิธีนี้จะต้องมั่นใจว่า ผิวหนังส่วนที่อยู่เหนือสะดือไม่มีผิวหนังเกิน หรือบางคนเรียกว่า ตัดเฉพาะพุงหมาน้อยออก   แบบที่ 2 Traditional […]

4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

Message us