“หน้าอกใหญ่” อาจจะเป็นความฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน แต่มีคนอีกจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์ทรมานจากขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ จากการที่ร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักหน้าอกที่มากเกินไปไว้ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลตามมา คือ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแขน ชาแขน อาจเป็นแผลบริเวณสายเสื้อชั้นใน และมีปัญหาติดเชื้อใต้ราวนม เนื่องจากมีความชื้นของเหงื่อไคลเกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้เกิดเชื้อราได้ นอกจากนี้คนหน้าอกใหญ่ยังอาจหาเสื้อผ้าใส่ลำบาก ไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองอีกด้วย
ทำไมหน้าอกถึงมีขนาดใหญ่ ?
สาเหตุของหน้าอกใหญ่ เกิดจากสาเหตุหลักๆ 3 อย่าง คือ
- ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) แต่เชื่อว่าเกิดจากเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มากเกินไป สาเหตุนี้พบบ่อยที่สุด
- เต้านมใหญ่ผิดปกติในวัยรุ่นหรือเรียกว่า “Juvenile Breast Hypertrophy” เต้านมจะโตขึ้นช่วงวัยรุ่น และอย่างรวดเร็วประมาณ 6 เดือน แล้วจะค่อยๆโตอย่างช้าๆ อาจจะโตข้างเดียวหรือเป็นทั้ง 2 ข้างก็ได้ มีรายงานว่าอาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมร่วมด้วย
- เต้านมใหญ่ผิดปกติจากการตั้งครรภ์ หรือเรียกว่า “Pregnancy-Induced Breast Hypertrophy” โดยปกติเต้านมจะใหญ่ขึ้นเมื่อตั้งครรภ์อยู่แล้ว และขนาดจะลดลงตามลำดับหลังจากหยุดให้นมบุตร แต่ในกลุ่มนี้เต้านมจะมีขนาดใหญ่ผิดปกติ และไม่ยุบลงหลังหยุดให้นมบุตร บางรายอาจแตกเป็นแผลและติดเชื้อได้
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดรักษาหน้าอกใหญ่
ปัจจุบันไม่มีขนาดหน้าอกที่บอกอย่างชัดเจนว่า หน้าอกใหญ่ และควรผ่าตัด แต่ที่ใช้ในการรักษาปัจจุบันคือมีขนาดหน้าอกใหญ่ ร่วมกับมีอาการต่างๆดังกล่าวข้างต้น แต่ทั้งนี้ก่อนผ่าตัดต้องแน่ใจว่าหน้าอกหยุดโตแล้ว ยกเว้นกรณีที่หน้าอกยังเพิ่มขนาดอยู่แต่ผู้ป่วยมีอาการมากจนมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถผ่าตัดลดขนาดก่อน แล้วสังเหตุอาการต่อไป ถ้าหน้าอกยังเพิ่มขนาดอีก ก็อาจจะผ่าตัดลดขนาดอีกครั้ง แต่กลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น ดังนั้นถ้าจะให้ดีควรรอจนหน้าอกหยุดเพิ่มขนาดก่อนค่อยผ่าตัด
การตรวจ mammogram ก่อนผ่าตัดจำเป็นหรือไม่

การตรวจ mammogram ควรทำในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรืออายุน้อยกว่า 40 ปีร่วมกับมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น พบก้อนที่เต้านม หรือมีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมในครอบครัว ซึ่งบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้อัลตราซาวด์ร่วมด้วย
เป้าหมายของการผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก
การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ผู้ป่วยต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าต้องการขนาดประมาณเท่าไหร่ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือ ใช้รูปประกอบเพื่อบอกศัลยแพทย์ตกแต่ง แต่จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ของการผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก ลงไม่เพียงแต่ลดขนาดหน้าอกเท่านั้น สิ่งสำคัญอื่นๆที่ต้องคำนึง คือ
- ลดขนาดหน้าอกให้ได้ขนาดตามต้องการ พร้อมทั้งให้มีเลือดและเส้นประสาทไปเลี้ยงเนื้อเต้านมและหัวนมอย่างเพียงพอ
- เพื่อลดอาการต่างๆของผู้ป่วยที่เกิดจากหน้าอกใหญ่ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ เป็นต้น
- เพื่อให้ได้รูปทรงเต้านมสวยงาม และคงรูปได้ในระยะยาว
- เพื่อให้หัวนมและลานนมอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- มีแผลเป็นน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
ชนิดของแผลผ่าตัด ลดขนาดหน้าอก
แผลผ่าตัดที่ใช้ในการลดขนาดเต้านมที่นิยมมีอยู่ 3 ชนิด คือ
1. แผลผ่าตัดรอบปานนม (Circumareolar Incision)

ข้อดี : แผลเป็นน้อย มีเฉพาะรอบลานนมเท่านั้น
ข้อเสีย : ลดขนาดเต้านมได้ไม่มาก ยกหัวนมขึ้นได้ไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลานหัวนมอาจผิดรูปได้
2. แผลผ่าตัดแบบตั้ง (Vertical Incision)

ข้อดี : แผลผ่าตัดสั้น ระยะเวลาในการผ่าตัดน้อย
ข้อเสีย : เก็บผิวหนังส่วนเกินได้เฉพาะในแนวตั้งเท่านั้น ตัดเต้านมได้ไม่มาก เต้านมช่วงแรกดูไม่สวย ต้องรอเวลาประมาณ 3-6 เดือนจึงเข้ารูปได้
3. แผลผ่าตัดรูปตัว T (inverted T Incision)

ข้อดี : ลดขนาดเต้านมได้ตามต้องการ รูปร่างเต้านมสวยและใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ตัดผิวหนังส่วนเกินได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
ข้อเสีย : ใช้เวลาในการผ่าตัดนาน แผลผ่าตัดยาว
ปัญหาแทรกซ้อน
การผ่าตัดลดขนาดเต้านมอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายๆ เป็น 2 ระยะ คือ
1. ระยะแรก เกิดขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
- แผลแยกและแผลหายช้า เกิดเนื่องจากความตึงของผิวหนังมาก และเส้นเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
- หัวนมและลานนมตาย เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวนมและลานนมไม่เพียงพอ
- เนื้อนมตาย เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงเนื้อเต้านมไม่เพียงพอ รักษาโดยการทำแผล
- เลือดคั่งและก้อนเลือดบริเวณแผลผ่าตัด เกิดจากเลือดออกในบริเวณรอยแผล
2. ระยะหลัง
- แผลเป็น รักษาโดยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็น หรือฉีดยารักษาแผลเป็น
- รูปร่างเต้านมไม่สวย หรือหย่อนคล้อย
- ตำแหน่งหัวนมและลานนมผิดตำแหน่ง
- เต้านมไม่เท่ากัน
การแก้ไขปัญหาแทรกซ้อนที่กล่าวมาข้างต้น บางกรณีอาจต้องการการผ่าตัดเพื่อแก้ไขเพื่อรักษาปัญหาดังกล่าว เช่น แผลแยก แผลหายช้า รูปร่างเต้านมไม่สวย หรือหย่อนคล้อย เป็นต้น
ดังนั้นถ้ามีปัญหา หน้าอกใหญ่ หรือมีอาการดังกล่าวที่เกิดร่วมกับหน้าอกใหญ่ และต้องการแก้ไข ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อให้คำแนะนำในการรักษาต่อได้ที่ LINE @Becontour