หน้าอกเป็นริ้ว เป็นคลื่น แก้ไขได้

พฤษภาคม 28, 2022

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

หลายๆคนที่เสริมหน้าอกมาแล้ว แรกๆก็ดูสวยดี แต่นานวันเป็นหน้าอกเป็นคลื่น บางคนแค่ดูก็เห็นแล้ว แต่บางคนต้องคลำจึงพบได้ วันนี้เรามาคุยกันว่าหน้าอกเป็นคลื่น เป็นริ้ว เกิดจากอะไร แก้ไขได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ

หน้าอกเป็นริ้ว เป็นลูกคลื่น หลังการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน หรือเรียกว่า rippling เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยพอสมควร ถึงจะไม่มากเท่าพังผืดรัดเต้านม แต่พบได้เกือบ 10 % แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมาแก้ไข ส่วนใหญ่พบด้านล่างด้านนอก หรือร่องอกด้านบน ดังรูป ซึ่งเป็นบริเวณที่เนื้อนมค่อนข้างบางกว่าบริเวณอื่น

อกเป็นริ้วคลื่นสาเหตุของเต้านมเป็นริ้ว เป็นคลื่น

สาเหตุของการเกิด Rippling มี 2 อย่างด้วยกัน คือ เนื้อหน้าอกที่คลุมซิลิโคนบางเกินไป และชนิดของซิลิโคนบางชนิดเกิด rippling มากกว่าชนิดอื่น ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด rippling จึงแบ่งเป็น 2 ด้านด้วยกันตามสาเหตุ

1. คุณภาพของเนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคน

โดยด้านแรกคือคุณภาพของเนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคน ถ้าผิวหนังและหน้าอกบาง และคุณภาพไม่ดีก็จะเกิด rippling มาก พบใน

  1. คนผอม จากการศึกษาพบว่าคนผอม มีBMI น้อยกว่า 18.5 มีโอกาสเกิด rippling ถึง 11% โดยเฉพาะคนผอมที่ใส่ซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ ในขณะที่คนอ้วน BMI มากกว่า 25 ไม่พบ rippling เลย
  2. หน้าอกหย่อนยาน โดยเฉพาะที่หน้าอกหย่อนหลังลดความน้ำหนักมากๆ และหลังคลอด เพราะหน้าอกหย่อนจะมีการกระจายของเนื้อหน้าอกลงมาอยู่ด้านล่าง จึงทำให้เนื้อหน้าอกด้านบนบางลง จึงเกิด rippling ที่เนินหน้าอกด้านบน หรือร่องอกด้านบน
  3. ตำแหน่งของการใส่ซิลิโคน พบว่าการวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่มีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคน มีเพียงผิวหนังและเนื้อหน้าอกเท่านั้น จะเกิด rippling ได้มากกว่าใต้กล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตรงเนินหน้าอกด้านบน
    แต่ rippling ที่เต้านมด้านล่างด้านนอก ไม่ว่าวางซิลิโคนเหนือหรือใต้กล้ามเนื้อก็เป็น rippling ได้ง่าย เพราะบริเวณนี้มักไม่มีกล้ามเนื้อคลุม แต่ถ้าเนื้อหน้าอกหนาก็ได้เปรียบกว่า เป็น rippling น้อยกว่า
  4. การเสริมหน้าอกคนที่เป็นมะเร็งเต้านม ที่ได้ผ่าตัดมะเร็งเต้านมออกไปแล้ว แล้วใส่ซิลิโคนเพื่อให้มีหน้าอกขึ้นมาใหม่ ก็จะเกิดได้มากเพราะศัลยแพทย์ต้องตัดเต้านมออกทั้งหมด เหลือแต่ผิวหนังบางๆ ทำให้โอกาสเป็น rippling มาก โดยเฉพาะต้องไปฉายรังสีด้วยก็จะเกิดมากขึ้น

2. ชนิดของซิลิโคน

ส่วนด้านที่ 2 คือ ชนิดของซิลิโคน เราพบว่า

  1. ชนิดถุงน้ำเกลือ เกิด rippling บ่อยกว่าถุงซิลิโคน ซึ่งบ้านเราไม่เป็นที่นิยมแล้ว
  2. ซิลิโคนผิวทราย เกิด rippling มากกว่าซิลิโคนผิวเรียบ
  3. ซิลิโคนรุ่นที่หนืดน้อยหรือ cohesive น้อย ก็เกิด rippling มากกว่า ซิลิโคนหนืดมากหรือ cohesive มาก

ระดับของหน้าอกเป็นคลื่นเป็นริ้ว

ระดับของการเกิด rippling แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ
ระดับ 1 rippling น้อย แบบนี้ คลำได้เป็นคลื่น แต่มองไม่เห็น พบได้บ่อยที่สุด ไม่ค่อยต้องให้การรักษา แบ่งเป็น
1a คลำได้ที่หน้าอกด้านล่างด้านนอก เนื่องจากเป็นบริเวณที่ซิลิโคนตกลงตามแรงโน้มถ่วงทำให้เนื้อหน้าอกถูกกดให้บางลงและเป็น rippling ได้
1b คลำได้ที่ร่องอกด้านบน มักเกิดจากการวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อในคนที่เนื้อหน้าอกบางๆ

ระดับของหน้าอกเป็นคลื่นเป็นริ้ว

  • ระดับ 1 rippling น้อย คลำได้ที่เต้านมด้านล่างด้านนอก (a) คลำได้ที่ร่องอกด้านบน (b)
  • ระดับ 2 rippling ปานกลาง แบบนี้เห็นได้ เมื่อโน้มตัวมาด้านหน้า
    rippling ปานกลาง
  • ระดับ 3 rippling รุนแรง แบบนี้เห็นได้ตลอดเวลา
    rippling รุนแรง

วิธีการรักษาเต้านมเป็นริ้ว เป็นคลื่น

การรักษา การแก้ไข rippling ถ้าน้อยๆ อาจไม่ต้องให้การรักษาขึ้นกับความต้องการของคนไข้ แต่ถ้าเป็นระดับ 2 หรือ 3 แล้วคนไข้มักจะต้องการรักษาเพราะเห็นได้ชัดเจน ซึ่งทำได้หลายอย่าง อย่างง่ายที่สุด แต่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบนั้นคือการนำซิลิโคนออก คือ ไม่มีซิลิโคน ไม่มี rippling แต่ถ้ายังต้องการเก็บซิลิโคนไว้ ทำได้โดยการแก้สาเหตุต่างๆ ตามที่กล่าวไป

สาเหตุแรกเนื้อหน้าอกบางก็แก้โดยการทำให้เนื้อหน้าอกหนาขึ้น ซึ่งนิยมใช้ 3 วิธีคือ

  1. เปลี่ยนซิลิโคนจากเหนือกล้ามเนื้อลงไปอยู่ใต้กล้ามเนื้อ เพื่อให้มีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคน เพิ่มขึ้นอีก 1 ชั้น ก็จะเพิ่มความหนาของเนื้อหน้าอกได้ แต่ถ้าอยู่ใต้กล้ามเนื้ออยู่แล้วก็มีทางเลือกถัดไป คือ
  2. ฉีดไขมันเข้าไปที่หน้าอก เพื่อให้มีชั้นไขมันหนาขึ้น rippling ก็จะดีขึ้น และ
  3. การใช้ผิวหนังเทียม หรือเรียกว่า ADM (Artificial Dermal Matrix) ที่เราใช้เสริมจมูก มาใช้ในการคลุมรอบซิลิโคน ก็ทำให้เนื้อหน้าอกหนาขึ้นเช่นกัน แต่มีราคาค่อนข้างแพง

ส่วนแก้สาเหตุที่ 2 เรื่องซิลิโคนก็ทำได้โดยการเปลี่ยนซิลิโคน จากผิวทรายเป็นผิวเรียบ จากหนืดน้อยเป็นหนืดมาก

จะเห็นว่าการแก้ rippling มีวิธีการแก้ได้หลายทาง ถ้าคุณมีปัญหา Rippling หลังเสริมซิลิโคน อย่ารีรอที่จะมาปรึกษาและคุยกับเรา Becontour.com ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญด้านหน้าอกและเรือนร่าง

รับชมคลิป หน้าอกเป็นริ้ว เป็นคลื่น แก้ไขได้ !

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264


แก้ปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังลดนํ้าหนัก: เปรียบเทียบ 5 วิธีผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องที่ศัลยแพทย์แนะนํา

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ผ่าตัดกระชับหน้าท้องแบบไหนดี หลายคนที่มีน้ำหนักลดลง ไม่ว่าจะเป็นหลังคลอด หลังลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายหรือผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะลดน้ำหนักได้มากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ก็จะมีผิวหนังและไขมันที่หย่อนคล้อยลง โดยเฉพาะหน้าท้องซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งช่วยกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่า แผลในการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องมีแบบไหนบ้าง และกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินตรงไหนได้บ้าง แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง มีกี่แบบ ผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง เป็นปัญหาหลักที่คนลดน้ำหนักต้องการผ่าตัดแก้ไขมากที่สุด เนื่องจากผิวหนังม้วนพับบริเวณหน้าท้องส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการเคลื่อนไหว สุขอนามัยและปัญหาผิวหนังถลอก ผิวหนังติดเชื้อตามมา อีกทั้งทำให้ออกกำลังกายไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก จนต้องมารับการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้แบ่งง่าย ๆ ออกได้เป็น 5 แบบ ขึ้นกับผิวหนังส่วนเกินว่าอยู่ตรงไหน และต้องการยกกระชับบริเวณไหนบ้าง เปรียบเทียบแผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง 5 แบบ แบบที่ 1 Mini Abdominoplasty ตัดเฉพาะผิวหนังและส่วนเกินทางด้านหน้าอย่างเดียว โดยไม่ย้ายสะดือ แบบนี้เหมาะกับคนที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือบริเวณใต้สะดือเท่านั้น แต่วิธีนี้จะต้องมั่นใจว่า ผิวหนังส่วนที่อยู่เหนือสะดือไม่มีผิวหนังเกิน หรือบางคนเรียกว่า ตัดเฉพาะพุงหมาน้อยออก   แบบที่ 2 Traditional […]

4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

Message us