ซิลิโคนหน้าอกแตกรั่ว ต้องทำอย่างไร ?

กรกฎาคม 1, 2022

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดทางศัลยกรรมตกแต่งที่ทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ซิลิโคนเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วจะรู้อย่างไรว่าแตก รั่ว และถ้าเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกับเราอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบ

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดที่ทำกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางองค์การอาหารและยา หรือ FDA สหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ทำ MRI เพื่อดูหน้าอกและซิลิโคนหลังเสริมหน้าอก 3 ปี ถ้าปกติดีจะให้ทำต่อไปทุกๆ 2 ปี แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะ ราคาแพง ไม่สะดวกที่ต้องนัดทำ MRI ทุก 2 ปี และเบิกประกันไม่ได้ จึงไม่ค่อยได้ทำกัน เราจึงไม่ทราบอัตราการแตกรั่วของซิลิโคนที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

ทำ MRI เพื่อดูหน้าอก

แต่การศึกษาโดยการติดตามคนไข้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนโดยการใช้ MRI พบว่า ซิลิโคนมีโอกาสแตกรั่ว 3.4% ใน 6 ปี เพิ่มเป็น 12.2% ใน 8 ปี และเพิ่มถึง 15 % ใน 10 ปี

จะรู้ได้อย่างไรว่าซิลิโคนแตกรั่ว ?

คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใส่ถุงน้ำเกลืออาจมาด้วยหน้าอกแฟบไปข้างหนึ่งทันที หรือค่อยๆเล็กลง แบบนี้ก็ชัดเจนว่าถุงน้ำเกลือแตกรั่ว แต่ในคนที่ใส่เป็นถุงซิลิโคนมักไม่มีอาการ เพราะซิลิโคนรุ่นที่ใช้ในปัจจุบันค่อนข้างหนืดและเกาะตัวกัน ไม่ไหลไปไหน จึงไม่ค่อยมีอาการ แต่บางรายอาจมาด้วยเรื่องหน้าอกเริ่มเปลี่ยนขนาดไป ไม่เท่ากัน กดแล้วหน้าอกคืนตัวช้ากว่าปกติ หรือกดแล้วยุบนานกว่าปกติ มีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโต

จากการศึกษาพบว่า การตรวจร่างกายอย่างเดียวสามารถวินิจฉัยซิลิโคนแตกได้เพียง 30% เท่านั้น ดังนั้นการตรวจร่างกายอย่างเดียวจึงไม่สามารถให้การวินิจฉัยว่าซิลิโคนแตกได้ดีเพียงพอ ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม ทั้งการทำ Mammogram, Ultrasound (US) และ MRI ซึ่งพบว่า การทำ Mammogram เป็นการตรวจที่ราคาถูก ใช้ในการดูเรื่องมะเร็งเต้านมได้ดี แต่ช่วยดูเรื่องซิลิโคนแตกรั่วไม่ดี จึงไม่ใช้ในการวินิจฉัยซิลิโคนแตกรั่ว

การทำ Mammogram, Ultrasound (US) และ MRI

การทำ US วินิจฉัยได้ดีพอสมควร ราคาถูก ใช้เวลาน้อย แต่มีโอกาสผิดพลาดสูงในคนไข้ที่มีพังผืดรัดเต้านม และผลการตรวจยังขึ้นกับประสบการณ์ของรังสีแพทย์อีกด้วย ส่วนการทำ MRI เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะวินิจฉัยได้ถูกต้อง มากกว่า 90% แต่ข้อจำกัดของการทำ MRI คือ แพง ต้องให้ coil พิเศษ ใช้เวลานาน และถ้าผู้ป่วยใส่เหล็กดามกระดูกไม่สามารถทำได้

ดังนั้นในคนไข้ที่สงสัยว่าซิลิโคนแตกรั่ว จึงมักใช้ US ในการตรวจเบื้องต้นและ ถ้ายังสงสัยว่าแตกอยู่ควรทำ MRI เพื่อยืนยันอีกครั้ง

ซิลิโคนแตกแล้วจะมีส่งผลอย่างไร ?

จากการศึกษาพบว่า ซิลิโคนแตกไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านม ไม่สัมพันธ์การตั้งครรภ์และระบบสืบพันธ์รวมทั้งไม่สัมพันธ์กับโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือกระตุ้นให้เกิดโรคทางภูมิคุ้มกันใดๆเช่น rheumatoid arthritis
ถ้าซิลิโคนแตกแต่ยังอยู่ในโพรงหน้าอกเดิม เรียกว่า intracapsular rupture พบได้ประมาณ 75% แต่ถ้าแตกแล้วซิลิโคนออกไปนอกโพรงหน้าอกเดิม เรียกว่า extracapsular rupture ซึ่งพบได้น้อยกว่า คือ 25%ซึ่งการแตกออกไปนอก แคปซูล อาจจะเกิดเป็นก้อนบริเวณรอบๆถุงซิลิโคนได้ เรียกว่า ก้อนซิลิโคน หรือ siliconoma ซึ่งอาจพบก้อนได้ที่หน้าอก รักแร้ หรือบริเวณอื่นๆได้ โดยซิลิโคนรุ่นเก่าอาจไหลไปมากกว่า ซิลิโคนรุ่นใหม่ซึ่งเกาะตัวกันดีกว่า ทำให้ไหลไปที่อื่นๆได้ยากกว่า

จะต้องรักษาอย่างไร เก็บไว้ได้ไหม ?

คนที่มีซิลิโคนแตก มีทางเลือก 2 ทาง

1. สังเกตอาการ

ทางแรกคือการสังเกตอาการ เพราะจากการศึกษาที่พบว่าซิลิโคนแตกรั่วไม่มีผลต่อการเกิดเนื้องอก มะเร็งหรือปฏิกิริยาต่างๆกับร่างกายมากนัก แต่วิธีนี้มักไม่เป็นที่นิยม

2. การผ่าตัดแก้ไข

ส่วนทางที่สอง คือการผ่าตัดแก้ไข โดยอาจผ่าตัดเอาซิลิโคนออกไป แล้วจะใส่ซิลิโคนใหม่ทันทีหรือไม่ก็ได้ ถ้าก้อนซิลิโคนที่คลำได้ที่หน้าอก รักแร้ที่เรียกว่า siliconeoma ก็ควรเลาะออกไปส่งตรวจด้วย

บทสรุป วิธีแก้ไขซิลิโคนหน้าอกแตกรั่ว

วิธีแก้ไขซิลิโคนหน้าอกแตกรั่ว 

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ผมใช้ เมื่อคนไข้มาปรึกษาเรื่องซิลิโคนแตกรั่ว ผมจะพิจารณา 3 ข้อ คือ

  1. ข้อที่หนึ่งคือยังต้องการซิลิโคนไว้หรือไม่ ถ้าคนไข้ไม่ต้องการแล้วก็ถอดออกได้เลย ไม่ต้องส่งไปตรวจเพิ่มเติม แต่ถ้ายังต้องการซิลิโคนอยู่ก็จะพิจารณา
  2. ข้อที่ 2 คือ คนไข้มีอาการหรือหน้าอกมีปัญหาหรือไม่ เช่น มีพังผืดรัดหน้าอก มี rippling มีหน้าอกหย่อนร่วมด้วย หรือต้องการเปลี่ยนขนาดใหม่ ซึ่งต้องผ่าตัดอยู่แล้ว แบบนี้ก็แนะนำผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนพร้อมกับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปเลยในครั้งเดียว โดยไม่ต้องตรวจเพิ่มเติมว่ามีซิลิโคนแตกรั่วหรือไม่
  3. แต่ถ้าคนไข้ที่ไม่มีอาการและหน้าอกไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะพิจารณาข้อที่ 3 คือคนไข้ต้องการเปลี่ยนซิลิโคนหรือไม่ เพราะคนไข้บางคนใส่ซิลิโคนมานานมากแล้ว และไม่สบายใจต้องการเปลี่ยนอยู่แล้ว ถ้าต้องการเปลี่ยนอยู่แล้วก็ผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนเลย แต่ในบางคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนถ้าไม่มีปัญหาใดๆ ก็ส่งตรวจเพิ่มเติมโดยจะส่ง ultrasound หรือ MRI เพื่อพิสูจน์ว่าซิลิโคนแตกรั่วจริงหรือไม่ ถ้าซิลิโคนไม่แตกรั่วก็สังเกตุอาการต่อไป แต่ถ้าซิลิโคนแตกรั่วก็มีทางเลือกให้กับคนไข้ว่าจะเก็บไว้หรือเปลี่ยนซิลิโคนก็เป็นทางเลือกให้กับคนไข้ได้ แต่โดยส่วนตัวก็มักแนะนำให้คนไข้เปลี่ยนซิลิโคนครับ

รับชมคลิป ซิลิโคนหน้าอกแตก รั่ว ทำอย่างไรดี ?

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264


4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

ลดน้ำหนักอย่างเดียวไม่พอ! ทำไมต้องกระชับรูปร่างหลังผอมลง?

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี คนลดความอ้วนต้องฟัง! ปัจจุบันใครก็อยากจะมีร่างกายผอมเพรียว หุ่นดี หลายคนลงทุนไปผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก หรือบางคนใช้วิธีการคุมอาหารออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งใช้ยาในการลดความอ้วน เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะแก้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ Massive Weight Loss คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? หลายคนที่ลดความอ้วนลงมา แล้วหวังว่าหุ่นจะดีขึ้น รูปร่างจะดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่มากนัก แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักมากจนเข้าเกณฑ์ “ภาวะลดน้ำหนักปริมาณมาก” หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงการลดน้ำหนักตัวมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันและผิวหนัง เกิดเป็นผิวหนังเกินและหย่อนคล้อยทั่วร่างกาย ทำให้เกิดสรีระผิดรูป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านกายภาพหลายด้าน ผิวหนังที่ม้วนพับหย่อนลง ทำให้การดูแลสุขภาพอนามัยยากขึ้น เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน แผลถลอก และการติดเชื้อซ้ำๆ อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่จากน้ำหนักผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผลต่อการเคลื่อนไหว พบว่าภายหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก ผู้หญิงเกือบ 80% รู้สึกว่าผิวหนังส่วนเกินรบกวนการเคลื่อนไหว ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกือบ 50% หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ผลกระทบต่อสุขภาพใจและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการเกิดสรีระผิดรูปยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

Message us