การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดทางศัลยกรรมตกแต่งที่ทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ซิลิโคนเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วจะรู้อย่างไรว่าแตก รั่ว และถ้าเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกับเราอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบ
การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดที่ทำกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางองค์การอาหารและยา หรือ FDA สหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ทำ MRI เพื่อดูหน้าอกและซิลิโคนหลังเสริมหน้าอก 3 ปี ถ้าปกติดีจะให้ทำต่อไปทุกๆ 2 ปี แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะ ราคาแพง ไม่สะดวกที่ต้องนัดทำ MRI ทุก 2 ปี และเบิกประกันไม่ได้ จึงไม่ค่อยได้ทำกัน เราจึงไม่ทราบอัตราการแตกรั่วของซิลิโคนที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

แต่การศึกษาโดยการติดตามคนไข้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนโดยการใช้ MRI พบว่า ซิลิโคนมีโอกาสแตกรั่ว 3.4% ใน 6 ปี เพิ่มเป็น 12.2% ใน 8 ปี และเพิ่มถึง 15 % ใน 10 ปี
จะรู้ได้อย่างไรว่าซิลิโคนแตกรั่ว ?
คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใส่ถุงน้ำเกลืออาจมาด้วยหน้าอกแฟบไปข้างหนึ่งทันที หรือค่อยๆเล็กลง แบบนี้ก็ชัดเจนว่าถุงน้ำเกลือแตกรั่ว แต่ในคนที่ใส่เป็นถุงซิลิโคนมักไม่มีอาการ เพราะซิลิโคนรุ่นที่ใช้ในปัจจุบันค่อนข้างหนืดและเกาะตัวกัน ไม่ไหลไปไหน จึงไม่ค่อยมีอาการ แต่บางรายอาจมาด้วยเรื่องหน้าอกเริ่มเปลี่ยนขนาดไป ไม่เท่ากัน กดแล้วหน้าอกคืนตัวช้ากว่าปกติ หรือกดแล้วยุบนานกว่าปกติ มีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโต
จากการศึกษาพบว่า การตรวจร่างกายอย่างเดียวสามารถวินิจฉัยซิลิโคนแตกได้เพียง 30% เท่านั้น ดังนั้นการตรวจร่างกายอย่างเดียวจึงไม่สามารถให้การวินิจฉัยว่าซิลิโคนแตกได้ดีเพียงพอ ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม ทั้งการทำ Mammogram, Ultrasound (US) และ MRI ซึ่งพบว่า การทำ Mammogram เป็นการตรวจที่ราคาถูก ใช้ในการดูเรื่องมะเร็งเต้านมได้ดี แต่ช่วยดูเรื่องซิลิโคนแตกรั่วไม่ดี จึงไม่ใช้ในการวินิจฉัยซิลิโคนแตกรั่ว

การทำ US วินิจฉัยได้ดีพอสมควร ราคาถูก ใช้เวลาน้อย แต่มีโอกาสผิดพลาดสูงในคนไข้ที่มีพังผืดรัดเต้านม และผลการตรวจยังขึ้นกับประสบการณ์ของรังสีแพทย์อีกด้วย ส่วนการทำ MRI เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะวินิจฉัยได้ถูกต้อง มากกว่า 90% แต่ข้อจำกัดของการทำ MRI คือ แพง ต้องให้ coil พิเศษ ใช้เวลานาน และถ้าผู้ป่วยใส่เหล็กดามกระดูกไม่สามารถทำได้
ดังนั้นในคนไข้ที่สงสัยว่าซิลิโคนแตกรั่ว จึงมักใช้ US ในการตรวจเบื้องต้นและ ถ้ายังสงสัยว่าแตกอยู่ควรทำ MRI เพื่อยืนยันอีกครั้ง
ซิลิโคนแตกแล้วจะมีส่งผลอย่างไร ?
จากการศึกษาพบว่า ซิลิโคนแตกไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านม ไม่สัมพันธ์การตั้งครรภ์และระบบสืบพันธ์รวมทั้งไม่สัมพันธ์กับโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือกระตุ้นให้เกิดโรคทางภูมิคุ้มกันใดๆเช่น rheumatoid arthritis
ถ้าซิลิโคนแตกแต่ยังอยู่ในโพรงหน้าอกเดิม เรียกว่า intracapsular rupture พบได้ประมาณ 75% แต่ถ้าแตกแล้วซิลิโคนออกไปนอกโพรงหน้าอกเดิม เรียกว่า extracapsular rupture ซึ่งพบได้น้อยกว่า คือ 25%ซึ่งการแตกออกไปนอก แคปซูล อาจจะเกิดเป็นก้อนบริเวณรอบๆถุงซิลิโคนได้ เรียกว่า ก้อนซิลิโคน หรือ siliconoma ซึ่งอาจพบก้อนได้ที่หน้าอก รักแร้ หรือบริเวณอื่นๆได้ โดยซิลิโคนรุ่นเก่าอาจไหลไปมากกว่า ซิลิโคนรุ่นใหม่ซึ่งเกาะตัวกันดีกว่า ทำให้ไหลไปที่อื่นๆได้ยากกว่า
จะต้องรักษาอย่างไร เก็บไว้ได้ไหม ?
คนที่มีซิลิโคนแตก มีทางเลือก 2 ทาง
1. สังเกตอาการ
ทางแรกคือการสังเกตอาการ เพราะจากการศึกษาที่พบว่าซิลิโคนแตกรั่วไม่มีผลต่อการเกิดเนื้องอก มะเร็งหรือปฏิกิริยาต่างๆกับร่างกายมากนัก แต่วิธีนี้มักไม่เป็นที่นิยม
2. การผ่าตัดแก้ไข
ส่วนทางที่สอง คือการผ่าตัดแก้ไข โดยอาจผ่าตัดเอาซิลิโคนออกไป แล้วจะใส่ซิลิโคนใหม่ทันทีหรือไม่ก็ได้ ถ้าก้อนซิลิโคนที่คลำได้ที่หน้าอก รักแร้ที่เรียกว่า siliconeoma ก็ควรเลาะออกไปส่งตรวจด้วย
บทสรุป วิธีแก้ไขซิลิโคนหน้าอกแตกรั่ว

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ผมใช้ เมื่อคนไข้มาปรึกษาเรื่องซิลิโคนแตกรั่ว ผมจะพิจารณา 3 ข้อ คือ
- ข้อที่หนึ่งคือยังต้องการซิลิโคนไว้หรือไม่ ถ้าคนไข้ไม่ต้องการแล้วก็ถอดออกได้เลย ไม่ต้องส่งไปตรวจเพิ่มเติม แต่ถ้ายังต้องการซิลิโคนอยู่ก็จะพิจารณา
- ข้อที่ 2 คือ คนไข้มีอาการหรือหน้าอกมีปัญหาหรือไม่ เช่น มีพังผืดรัดหน้าอก มี rippling มีหน้าอกหย่อนร่วมด้วย หรือต้องการเปลี่ยนขนาดใหม่ ซึ่งต้องผ่าตัดอยู่แล้ว แบบนี้ก็แนะนำผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนพร้อมกับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปเลยในครั้งเดียว โดยไม่ต้องตรวจเพิ่มเติมว่ามีซิลิโคนแตกรั่วหรือไม่
- แต่ถ้าคนไข้ที่ไม่มีอาการและหน้าอกไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะพิจารณาข้อที่ 3 คือคนไข้ต้องการเปลี่ยนซิลิโคนหรือไม่ เพราะคนไข้บางคนใส่ซิลิโคนมานานมากแล้ว และไม่สบายใจต้องการเปลี่ยนอยู่แล้ว ถ้าต้องการเปลี่ยนอยู่แล้วก็ผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนเลย แต่ในบางคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนถ้าไม่มีปัญหาใดๆ ก็ส่งตรวจเพิ่มเติมโดยจะส่ง ultrasound หรือ MRI เพื่อพิสูจน์ว่าซิลิโคนแตกรั่วจริงหรือไม่ ถ้าซิลิโคนไม่แตกรั่วก็สังเกตุอาการต่อไป แต่ถ้าซิลิโคนแตกรั่วก็มีทางเลือกให้กับคนไข้ว่าจะเก็บไว้หรือเปลี่ยนซิลิโคนก็เป็นทางเลือกให้กับคนไข้ได้ แต่โดยส่วนตัวก็มักแนะนำให้คนไข้เปลี่ยนซิลิโคนครับ
รับชมคลิป ซิลิโคนหน้าอกแตก รั่ว ทำอย่างไรดี ?
ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour
ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264