การเลือกรุ่นซิลิโคน ให้ปัง นมไม่พัง

มิถุนายน 5, 2025

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

การเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก ต้องดูอะไรบ้าง?

หลายๆคนคงมีคำถามว่าศัลยแพทย์ตกแต่ง จะเลือกซิลิโคนอย่างไรให้เหมาะกับเรา เลือกตามใจคนไข้ หรือตามประสบการณ์ของแพทย์ เพราะไปหาหลายๆท่าน ก็เลือกไม่ตรงกันเลย แล้วแต่ละท่านมีหลักในการเลือกอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ
การเลือกซิลิโคนไม่ว่าจะเป็นการเสริมหน้าอกธรรมดาหรือการเสริมหน้าอกพร้อมยกกระชับจำเป็นจะต้องมีการเลือกซิลิโคน ซึ่งเป็นปัญหาและคำถามของคนหลายๆคน ว่าจะเลือกรุ่นไหนดี เพราะซิลิโคนเป็น 3 มิติ พูดให้ง่ายๆและเข้าใจมากขึ้น คือ การเลือกจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ขนาดหรือปริมาตรของซิลิโคน ความกว้างของฐานซิลิโคน และความพุ่งของซิลิโคน วันนี้เราจะมาดูว่าแต่ละอย่างคืออะไร มีความหมายอย่างไร และเลือกแล้วส่งผลอย่างไร

การเลือกรุ่นซิลิโคนเสริมหน้าอก

1. ขนาด (Volume) ของซิลิโคน

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่คุ้นเคย และคนไข้มักมาบอกความต้องการกับ ศัลยแพทย์ตกแต่ง คือ ขนาดของซิลิโคน ซึ่งหมายถึง ปริมาตรของซิลิโคน หรือที่เรียกว่า volume ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะมาบอกว่าอยากได้ 300 ซีซี 400 ซีซีหรือ 500 ซีซี เพราะ เห็นเพื่อนหรือในรีวิว ใส่แล้วสวย แต่ความเป็นจริง แต่ละคนมีหน้าอก เริ่มต้นไม่เท่ากัน ทำให้ใส่ซิลิโคนขนาดเท่ากันก็ไม่ได้อย่างเพื่อนหรืออย่างในรีวิว หรือบางคนมาบอกว่า ปัจจุบันเป็นคน cup A อยากได้เป็น cup C หรือ cup D จะต้องใส่ขนาดเท่าไหร่ ซึ่งในปัจจุบัน cup sizeไม่มีมาตรฐานชัดเจนนัก ขึ้นกับยี่ห้อหรือ brand ของเสื้อชั้นใน แต่จริงๆก็มีการศึกษาในเรื่องนี้บ้าง โดยพบว่า ถ้าต้องการเพิ่ม 1 cup size ให้ใส่ซิลิโคนประมาณ 130 ถึง 150 ซีซี เช่น อยากได้จาก cup A ไปเป็น cup C แปลว่า เพิ่ม 2 cup size ก็จะใส่ ซิลิโคน ประมาณ 260 – 300 ซีซี ก็พอเป็นแนวทางคร่าวได้ แต่ผมคิดว่าวิธีนี้ก็อาจจะไม่ได้ใช้ได้กับทุกๆคน เพราะถ้าคนตัวเล็กใส่ไป 130-150 ซีซี ก็อาจจะเพิ่มมากกว่าหนึ่ง cup size ในขณะที่คนตัวใหญ่ใส่ไป 130-150 ซีซีอาจจะเพิ่ม แค่ครึ่ง cup size ก็ได้ ดังนั้นวิธีง่ายที่สุด คือให้คนไข้ใส่เสื้อชั้นใน แล้วเอาซิลิโคนขนาดต่างๆใส่เข้าไป จนคนไข้พอใจ ก็จะได้ขนาดตามที่คนไข้ต้องการ

2. ความกว้างฐาน (Base Width)

ส่วนฐานของซิลิโคนหรือเรียกว่า base width ปัจจัยนี้ก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะ ศัลยแพทย์ตกแต่งบางท่านใช้เป็นตัวเริ่มในการเลือกขนาดซิลิโคนเลย base width ก็หมายถึงฐานของซิลิโคนที่จะวางอยู่บนหน้าอกของคนไข้ว่าจะเอาขนาดกว้างเท่าไหร่ซึ่งส่วนใหญ่มีตั้งแต่ฐานแคบๆประมาณ 8 เซนติเมตรไปจนถึงฐานกว้างประมาณ 15-16 เซนติเมตร ถ้าเลือกฐานใหญ่เกินไปก็จะมีหน้าอกล้นออกมาทางด้านข้างตัว หรือเรียกว่า Side boob ทำให้เวลาเดินแกว่งแขนแล้ว ทำให้แขนชนนมทุกครั้งทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ถ้าเรา เลือกฐานแคบเกินไปจะทำให้ขนาดของเต้านมไม่เต็มหน้าอก ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้อกไม่ชิดหรือถ้าอกชิดจะทำให้หัวนมชี้ออกไปทางด้านข้าง

นมไม่ชิด
นมไม่ชิด
นมชิด แต่หัวนมถูกดันไปด้านข้าง
นมชิด แต่หัวนมถูกดันไปด้านข้าง

3. ความพุ่ง (Projection)

และอันสุดท้ายคือความพุ่งของซิลิโคน ก็คือการที่ซิลิโคนจะยื่นมาทางด้านหน้าได้เท่าไหร่ ยิ่งซิลิโคนยื่นมาทางด้านหน้ามากก็แปลว่าจะดูทำให้หน้าอกดู นมพุ่งมาก ดูเหมือนนมใหญ่และทำให้มีลักษณะเป็น fake look มากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าคนไข้ที่ต้องการธรรมชาติ ก็จะเลือก low profile เพราะพุ่งน้อย จะธรรมชาติกว่า ศัลยแพทย์บางท่านจึงใช้ปัจจัยนี้เป็นตัวแรกในเลือกซิลิโคน

ความพุ่งของซิลิโคน

แนวทางการเลือกซิลิโคนของแพทย์

ในการเลือกซิลิโคนของผม ผมมักจะให้คนไข้ลองขนาดซิลิโคนที่ต้องการก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าคนไข้ต้องการขนาดหน้าอกปริมาตรเท่าไหร่ หมายถึงต้องการหน้าอกใหญ่ขนาดไหน จากนั้นผมจะมาเลือกดูความกว้างของหน้าอกและเต้านมของคนไข้เพื่อจะเลือกฐานซิลิโคนซึ่งผมมักจะให้ฐานซิลิโคนเท่ากับหรือมากกว่าหรือน้อยกว่าความกว้างของเต้านมคนไข้ไม่เกิน 1 เซนติเมตร จากนั้นเราต้องไปดูใน ตารางขนาดของซิลิโคนแต่ละ brand เราก็จะรู้ว่าความพุ่งจะเป็นเท่าไหร่ ทำให้คนไข้ได้รุ่นของซิลิโคนที่ต้องการ

แต่ในความเป็นจริง เวลาศัลยแพทย์ตกแต่งเลือกซิลิโคน ไม่ได้ดูแต่เฉพาะซิลิโคนเท่านั้น ศัลยแพทย์จะต้องตรวจร่างกายเพื่อประเมินเนื้อเยื่อของคนไข้ด้วยว่าจะรองรับซิลิโคนนั้นได้ดีหรือไม่ เพื่อให้ผลออกมาดีที่สุดและเกิดปัญหาแทรกซ้อนน้อยที่สุด

ดังนั้นในการเลือกซิลิโคนที่เหมาะสมของคนไข้จึงต้องประกอบด้วยสามอย่างคือความต้องการของคนไข้ เนื้อเยื่อของคนไข้ที่สามารถรองรับซิลิโคนได้ และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ตกแต่งในการเลือกซิลิโคน ในบทความถัดไปจะมาคุยต่อเรื่อง รู้ได้อย่างไรว่าเนื้อเยื่อเราเหมาะกับซิลิโคนรุ่นที่เราเลือก เตรียมรับชมได้ครับ

รับชมคลิป การเลือกรุ่นซิลิโคน ให้ปัง นมไม่พัง

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264

ทำแบบประเมินคุณเหมาะกับการเสริมหน้าอกแบบไหนผ่านทาง LINE รู้ผลได้ทันที

แบบประเมินทำหน้าอก


4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

ลดน้ำหนักอย่างเดียวไม่พอ! ทำไมต้องกระชับรูปร่างหลังผอมลง?

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี คนลดความอ้วนต้องฟัง! ปัจจุบันใครก็อยากจะมีร่างกายผอมเพรียว หุ่นดี หลายคนลงทุนไปผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก หรือบางคนใช้วิธีการคุมอาหารออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งใช้ยาในการลดความอ้วน เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะแก้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ Massive Weight Loss คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? หลายคนที่ลดความอ้วนลงมา แล้วหวังว่าหุ่นจะดีขึ้น รูปร่างจะดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่มากนัก แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักมากจนเข้าเกณฑ์ “ภาวะลดน้ำหนักปริมาณมาก” หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงการลดน้ำหนักตัวมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันและผิวหนัง เกิดเป็นผิวหนังเกินและหย่อนคล้อยทั่วร่างกาย ทำให้เกิดสรีระผิดรูป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านกายภาพหลายด้าน ผิวหนังที่ม้วนพับหย่อนลง ทำให้การดูแลสุขภาพอนามัยยากขึ้น เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน แผลถลอก และการติดเชื้อซ้ำๆ อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่จากน้ำหนักผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผลต่อการเคลื่อนไหว พบว่าภายหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก ผู้หญิงเกือบ 80% รู้สึกว่าผิวหนังส่วนเกินรบกวนการเคลื่อนไหว ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกือบ 50% หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ผลกระทบต่อสุขภาพใจและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการเกิดสรีระผิดรูปยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

Message us