แก้ปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังลดนํ้าหนัก: เปรียบเทียบ 5 วิธีผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องที่ศัลยแพทย์แนะนํา

กุมภาพันธ์ 10, 2026

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

ผ่าตัดกระชับหน้าท้องแบบไหนดี

หลายคนที่มีน้ำหนักลดลง ไม่ว่าจะเป็นหลังคลอด หลังลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายหรือผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะลดน้ำหนักได้มากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ก็จะมีผิวหนังและไขมันที่หย่อนคล้อยลง โดยเฉพาะหน้าท้องซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่ศัลยแพทย์ตกแต่งช่วยกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่า แผลในการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้องมีแบบไหนบ้าง และกำจัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินตรงไหนได้บ้าง

แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง มีกี่แบบ

ผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง เป็นปัญหาหลักที่คนลดน้ำหนักต้องการผ่าตัดแก้ไขมากที่สุด เนื่องจากผิวหนังม้วนพับบริเวณหน้าท้องส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการเคลื่อนไหว สุขอนามัยและปัญหาผิวหนังถลอก ผิวหนังติดเชื้อตามมา อีกทั้งทำให้ออกกำลังกายไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก จนต้องมารับการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้แบ่งง่าย ๆ ออกได้เป็น 5 แบบ ขึ้นกับผิวหนังส่วนเกินว่าอยู่ตรงไหน และต้องการยกกระชับบริเวณไหนบ้าง

เปรียบเทียบแผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง 5 แบบ

แบบที่ 1 Mini Abdominoplasty

ตัดเฉพาะผิวหนังและส่วนเกินทางด้านหน้าอย่างเดียว โดยไม่ย้ายสะดือ แบบนี้เหมาะกับคนที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือบริเวณใต้สะดือเท่านั้น แต่วิธีนี้จะต้องมั่นใจว่า ผิวหนังส่วนที่อยู่เหนือสะดือไม่มีผิวหนังเกิน หรือบางคนเรียกว่า ตัดเฉพาะพุงหมาน้อยออก

แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง แบบที่ 1 Mini Abdominoplasty

 

แบบที่ 2 Traditional Abdominoplasty

ตัดเฉพาะผิวหนังส่วนเกินทางด้านหน้าอย่างเดียวเช่นกัน แต่ต้องย้ายสะดือด้วย แบบนี้เหมาะกับคนที่มีผิวหนังส่วนเกินทั้งบริเวณเหนือสะดือและใต้สะดือ การตัดแบบนี้ทำให้ผิวหนังหน้าท้องส่วนหน้าตึงขึ้น กระชับขึ้น หลังผ่าตัดจะมีแผลบริเวณท้องน้อย เหมือนแผลผ่าตัดคลอด แต่จะยาวกว่า และความยาวของแผลขึ้นกับ ผิวหนังส่วนเกิน ถ้าผิวหนังส่วนเกินมาก แผลก็จะยาวมาก

แผลผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง แบบที่ 2 Traditional Abdominoplasty

 

แบบที่ 3 Belt Lipectomy

ถ้ามีผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณด้านข้าง ไปจนถึงด้านหลังร่วมด้วย ก็จะตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินรอบตัว รวมทั้งย้ายสะดือด้วยแบบนี้เรียกว่า ตัดผิวหนังและไขมันรอบตัว (Belt lipectomy) แบบนี้จะตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินได้รอบตัวด้านล่างเท่านั้น

แผลยกกระชับหน้าท้อง แบบที่ 3 Belt Lipectomy

 

แบบที่ 4 Fleur de lis Abdominoplasty

สำหรับคนที่มีผิวหนังส่วนเกินทางด้านหน้าและต้องการเก็บเอวด้วย โดยที่ผิวหนังบริเวณลิ้นปี่ไม่มากนัก ก็จะจะต้องตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออกเหมือนแบบที่ 2 แต่ต้องเพิ่มการตัดผิวหนังในแนวตั้งออกด้วยเพื่อจะทำให้เก็บเอวได้ดีขึ้น การตัดแบบนี้เหมือนดอกลิลลี่ หรือ Fleur de lis ที่เรานำมาเป็นสัญลักษณ์ของลูกเสือ หรือเนตรนารี แบบนี้สามารถเก็บผิวหนังส่วนเกินได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

แผลยกกระชับหน้าท้อง แบบที่ 4 Fleur de lis Abdominoplasty

 

แบบที่ 5 Corset Abdominoplasty

เหมือนแบบที่ 4 แต่ตัดผิวหนังส่วนเกินบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ราวนมออกไปด้วย แบบนี้สามารถเก็บผิวหนังส่วนเกินได้มากที่สุด แต่ก็ต้องแลกกับแผลเป็นที่เพิ่มขึ้นตามมา

แผลยกกระชับหน้าท้อง แบบที่ 5 Corset Abdominoplasty

 

การประเมินร่วมกับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

ซึ่งในการผ่าตัดทั้งห้าแบบนี้ ศัลยแพทย์ตกแต่งจะประเมินเรื่องของกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนหรือไม่ด้วย ถ้ามีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนจะได้ผ่าตัดแก้ไขไปในทีเดียวเลย

แผลผ่าตัดหน้าท้องแบบไหนที่นิยมที่สุด

สำหรับการผ่าตัดทั้ง 5 แบบนี้ การผ่าตัดแบบที่ 2 และ 3 คือการตัดหนังท้องแบบปกติ (Traditional Abdominoplasty) และการตัดหน้าท้องแบบรอบตัว (Belt Lipectomy) เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะ สามารถซ่อนแผลเป็นได้ต่ำ และกำจัดหน้าท้องส่วนเกินในคนทั่วไปได้ดี ทั้งกลุ่มที่ลดน้ำหนักจากการคลอด การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย รวมทั้งกลุ่มที่ผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่มีผิวหนังส่วนเกินไม่มากนัก และคุณภาพผิวหนังค่อนข้างดี

ส่วนการผ่าตัดแบบที่ 4 (Fleur de lis abdominoplasty) และแบบที่ 5 (Corset abdominoplasty) ซึ่งเป็นการผ่าตัดลดผิวหนังและไขมันส่วนเกินที่มีแผลเป็นแนวตั้งร่วมด้วย ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีแผลแนวตั้งบริเวณกลางหน้าท้อง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจน จึงมักทำในคนที่ลดน้ำหนักมาก ๆ มีผิวหนังและไขมันส่วนเกินทั้งแนวตั้งและแนวนอน หรือผิวหนังย้วยมาก ๆ นั่นเอง

จะเห็นแล้วนะครับว่าการตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง ขึ้นกับทั้งปริมาณของผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อย และบริเวณผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อย ดังนั้น ใครจะเหมาะสมกับการผ่าตัดแบบไหน แนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่ง เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่สุด

ถ้ามีคำถามใด หรือต้องการการปรึกษา ติดต่อได้ที่ line @Becontour หรือ Page BeContour Plastic Surgery โดยหมอพรเทพ พึ่งรัศมี และ website : BeContour.com ได้ครับ

 

รับชมคลิป 5 แผล ยกกระชับหน้าท้อง ต้องรู้ แบบไหนเหมาะกับคุณ? (Mini/Traditional/Belt/Fleur-de-lis/Corset)

 

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264


4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

ลดน้ำหนักอย่างเดียวไม่พอ! ทำไมต้องกระชับรูปร่างหลังผอมลง?

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี คนลดความอ้วนต้องฟัง! ปัจจุบันใครก็อยากจะมีร่างกายผอมเพรียว หุ่นดี หลายคนลงทุนไปผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก หรือบางคนใช้วิธีการคุมอาหารออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งใช้ยาในการลดความอ้วน เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะแก้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ Massive Weight Loss คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? หลายคนที่ลดความอ้วนลงมา แล้วหวังว่าหุ่นจะดีขึ้น รูปร่างจะดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่มากนัก แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักมากจนเข้าเกณฑ์ “ภาวะลดน้ำหนักปริมาณมาก” หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงการลดน้ำหนักตัวมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันและผิวหนัง เกิดเป็นผิวหนังเกินและหย่อนคล้อยทั่วร่างกาย ทำให้เกิดสรีระผิดรูป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านกายภาพหลายด้าน ผิวหนังที่ม้วนพับหย่อนลง ทำให้การดูแลสุขภาพอนามัยยากขึ้น เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน แผลถลอก และการติดเชื้อซ้ำๆ อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่จากน้ำหนักผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผลต่อการเคลื่อนไหว พบว่าภายหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก ผู้หญิงเกือบ 80% รู้สึกว่าผิวหนังส่วนเกินรบกวนการเคลื่อนไหว ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกือบ 50% หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ผลกระทบต่อสุขภาพใจและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการเกิดสรีระผิดรูปยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

Message us