เจาะลึกผ่าตัดหน้าอก แปลงหญิงเป็นชายได้อย่างมั่นใจ

มิถุนายน 24, 2023

เป็นคุณที่ใช่และมั่นใจกว่าเดิมด้วยการผ่าตัดหน้าอกแปลงหญิงให้เป็นชายเพื่อเสริมความมั่นใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องพิจารณาและค้นคว้าหาข้อมูลให้ดี เพราะการผ่าตัดเอาเต้านมออก และเปลี่ยนให้ได้รูปทรงคล้ายเต้านมของผู้ชายที่เป็นธรรมชาตินั้น นอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ดังใจฝันแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้โดยไม่ต้องใช้ผ้ารัดหน้าอก สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ความปลอดภัย ซึ่งทาง BeContour มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในด้านนี้โดยตรง สามารถให้คำแนะนำปรึกษาได้จนคุณมั่นใจมากที่สุด

แปลงหญิงเป็นชายได้อย่างมั่นใจ

ปัจจัยสำคัญและข้อควรรู้ก่อนการผ่าตัด

เนื่องจากหน้าอกของแต่ละคนมีรูปร่างและขนาดที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดหน้าอกแปลงหญิงให้เป็นชาย แพทย์มักจะให้คำปรึกษารวมถึงพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ขนาดของหน้าอก

รูปทรงและขนาดของหน้าอกที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีทั้งเล็กและใหญ่ถือเป็นข้อควรพิจารณาสำหรับการผ่าตัดดังนี้

ตัดหน้าอกทอมทรานส์

  • หน้าอกใหญ่ หลังจากคว้านเอาเนื้อนมออกแล้ว คนไข้อาจจะเหลือผิวหนังส่วนเกินค่อนข้างเยอะ และยิ่งใครที่มีลักษณะผิวหนังที่หย่อนคล้อยอยู่แล้ว ผิวหนังจะไม่สามารถจะหดตัวกลับเข้าไปได้ ดังนั้นแพทย์มักจะเลือกวิธีการผ่าตัดที่มีแผลยาว รวมถึงอาจจะต้องตัดผิวหนังส่วนเกินและเนื้อนมออกทั้งหมด พร้อมกับทำการปลูกถ่ายหัวนมใหม่ หรือที่เรียกว่า Free Nipple Graft ซึ่งหมายถึงการตัดหัวนมออกไป แล้วจึงนำไปแปะในตำแหน่งที่เหมาะสมแทน
    • การปลูกถ่ายหัวนม วิธีนี้มักจะใช้ในกรณีที่คนไข้มีหน้าอกใหญ่ เพราะเวลาผ่าตัดหน้าอกขนาดใหญ่ หัวนมมักอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำไปด้วย ผิวหนังส่วนเกินก็อาจจะเยอะ ดังนั้นเวลาผ่าตัด แพทย์จึงมักจะตัดตามเคิร์ฟของหัวนม แล้วก็ตัดเนื้อส่วนเกินทั้งหมดออกไป ซึ่งจะทำให้แผลอยู่ที่ใต้ราวนมพอดี ในกรณีนี้หัวนมก็จะถูกตัดออกไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่จะทำให้มีหัวนมเหมือนเดิม แพทย์จะต้องตัดหัวนมเก่าออก จากนั้นจึงนำไปแปะในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • หน้าอกเล็ก ส่วนใหญ่การผ่าตัดจะมีแผลอยู่แค่รอบปานนม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ
    • หน้าอกเล็กหัวนมปกติ รูปทรงของหน้าอกประเภทนี้มักจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นแผลผ่าตัดจึงมักจะอยู่ที่ขอบล่างของปานนม ซึ่งเรียกว่าแผลรูปตัว U
    • หน้าอกเล็กแต่หัวนมอยู่ต่ำ กรณีนี้แพทย์มักจะเลื่อนหัวนมลงไปด้วย โดยจะทำเป็นแผลรูปตัว O ก็คือแทนที่แผลจะอยู่ที่ขอบล่างของปานนม แพทย์มักจะทำแผลรอบปานนมไปเลย ซึ่งถือเป็นการยกกระชับผิวหนัง พร้อมกับยกตำแหน่งหัวนมขึ้นไปด้วยในครั้งเดียว สุดท้ายที่ทำออกมาแผลก็จะอยู่รอบปานนมเท่านั้น โดยหัวนมจะถูกยกไปข้างบน แผลก็จะอยู่ตามแนวของขอบปานนม อาจจะเป็นครึ่งล่างหรือว่าโดยรอบก็ได้

2. ตำแหน่งของหัวนม

คนไข้บางคนมีตำแหน่งของหัวนมที่อยู่ในระดับปกติ แต่ในบางคนอาจจะมีตำแหน่งที่หย่อนลงมา ซึ่งโดยทั่วไปผู้ที่มีหน้าอกเล็ก หัวนมมักจะอยู่ในตำแหน่งที่ปกติ ในกรณีนี้แพทย์อาจจะผ่าตัดคว้านเอาเฉพาะเนื้อนมตรงนั้นออกไปได้ แต่ในกรณีที่หัวนมหย่อนคล้อยลงมานิดหน่อย แพทย์ก็สามารถผ่าตัดคว้านเอาตัวเนื้อนม พร้อมกับยกกระชับหัวนมเพื่อให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ปกติได้เช่นกัน

3. ลักษณะผิวหนัง

ผิวหนังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปมีทั้งผิวหนังปกติและผิวหนังที่ขาดความยืดหยุ่นหรือผิวหนังหย่อนคล้อยเหี่ยวย่น ซึ่งความยืดหยุ่นของผิวหนังและการเลือกเทคนิคในการผ่าตัดที่เหมาะสมก็จะช่วยให้การผ่าตัดได้ผลลัพธ์ที่ดูสวยและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

4. ระยะเวลาในการผ่าตัด

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของหน้าอก หลังจากผ่าตัดแพทย์มักจะให้นอนโรงพยาบาล 1 คืน กรณีที่หน้าอกใหญ่มากอาจจะต้องใส่เดรน หรือใส่ท่อระบายเลือดเอาไว้ พอครบ 1 วันถ้าเลือดออกน้อยลง คนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้

เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก

นอกจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ความชอบและความต้องการของคนไข้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งหมดนี้จะเลือกเทคนิคแบบไหน การพูดคุยปรึกษาแพทย์ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นด้วยเช่นกัน

เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก

  • แผลรูปตัว I วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการแผลสั้น
  • แผลรูปตัว U จะเป็นการผ่าตัดที่มีลักษณะโค้งตามรูป ซึ่งจะเลียนแบบราวนมในเพศหญิง
  • แผลรูปตัว L เป็นการผ่าตัดบริเวณขอบของกล้ามเนื้อหน้าอกที่เรียกว่า Pectoralis Major ซึ่งจะเลียนแบบหน้าอกของผู้ชาย โดยวิธีนี้จะหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกค่อนข้างใหญ่ เพราะว่าแผลจะยาวขึ้นไปตามขอบด้านข้างตัว

เรื่องต้องรู้หลังผ่าตัด

  • การพักฟื้น แนะนำให้รอร่างกายฟื้นตัวให้เต็มที่เสียก่อนแล้วจึงค่อยกลับไปทำงาน โดยระยะเวลาพักฟื้นจะอยู่ที่ 7 – 10 วัน
  • ตัวช่วยในการยุบบวม หลังผ่าตัดคนไข้มักจะใส่ผ้าที่ว่า Pressure Garment รัดกระชับหน้าอกอยู่ประมาณสัก 6 – 8 สัปดาห์ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในเรื่องการยุบบวม ช่วยลดการเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองคั่งได้
  • งดออกกำลังกาย ถ้าอยากหายไวควรรอให้แผลหายสนิทจึงจะเริ่มออกกำลังกายทั้งคาดิโอและเวทได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 4 – 6 สัปดาห์

รับชมคลิป เจาะลึก ตัดหน้าอกทอมทรานส์ ต้องรู้ 3 ข้อนี้

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264


4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

ลดน้ำหนักอย่างเดียวไม่พอ! ทำไมต้องกระชับรูปร่างหลังผอมลง?

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี คนลดความอ้วนต้องฟัง! ปัจจุบันใครก็อยากจะมีร่างกายผอมเพรียว หุ่นดี หลายคนลงทุนไปผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก หรือบางคนใช้วิธีการคุมอาหารออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งใช้ยาในการลดความอ้วน เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะแก้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ Massive Weight Loss คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? หลายคนที่ลดความอ้วนลงมา แล้วหวังว่าหุ่นจะดีขึ้น รูปร่างจะดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่มากนัก แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักมากจนเข้าเกณฑ์ “ภาวะลดน้ำหนักปริมาณมาก” หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงการลดน้ำหนักตัวมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันและผิวหนัง เกิดเป็นผิวหนังเกินและหย่อนคล้อยทั่วร่างกาย ทำให้เกิดสรีระผิดรูป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านกายภาพหลายด้าน ผิวหนังที่ม้วนพับหย่อนลง ทำให้การดูแลสุขภาพอนามัยยากขึ้น เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน แผลถลอก และการติดเชื้อซ้ำๆ อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่จากน้ำหนักผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผลต่อการเคลื่อนไหว พบว่าภายหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก ผู้หญิงเกือบ 80% รู้สึกว่าผิวหนังส่วนเกินรบกวนการเคลื่อนไหว ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกือบ 50% หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ผลกระทบต่อสุขภาพใจและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการเกิดสรีระผิดรูปยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

Message us