หน้าอกแข็ง หลังเสริมซิลิโคน แก้ไขได้

พฤษภาคม 2, 2022

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี

หลายๆคนที่ไปเสริมหน้าอกมาแล้วมีหน้าอกแข็งขึ้น ไม่ต้องแปลกใจ เพราะหน้าอกแข็งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากที่สุดหลังการเสริมหน้าอก โดยทั่วไปแล้วเมื่อใส่ซิลิโคนหรือสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง โดยมีการสร้างพังผืดรอบซิลิโคน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพังผืดบางๆ ค่อนข้างนิ่ม แต่ถ้าเกิดพังผืดหนาขึ้นผิดปกติจนทำให้หน้าอกแข็ง ก็จะเรียกว่า “พังผืดรัดเต้านม” หรือเรียกว่า Capsular contracture ซึ่งจะทำให้หน้าอกผิดรูป และบางรายมีอาการปวดร่วมด้วย

พังผืดรัดเต้านม
เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน จากการศึกษาพบว่าการเกิดพังผืดรัดเต้านม พบได้ตั้งแต่ 0.5-30 % แล้วแต่การศึกษา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ปีแรก และยิ่งใส่ซิลิโคนนานขึ้น ก็มีโอกาสเกิดมากขึ้น แล้วทำไมพังผืดบางคนหนา แต่บางคนไม่หนา อันนี้ไม่ไม่ใครทราบ

สาเหตุของการเกิดพังผืดรัดเต้านม

สาเหตุของการเกิดพังผืดรัดเต้านม..เกิดจากอะไร ถึงแม้จะมีการศึกษากันอย่างมากมาย มาตั้งแต่มีการใส๋ซิลิโคนหน้าอกครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน มีหลายสมมติฐานด้วยกัน ทั้งเรื่องของการสร้างแผลเป็นผิดปกติ เหมือนพวกแผลเป็นนูน หรือ keloids แต่ไม่ได้เกิดที่ผิวหนัง แต่ไปเกิดที่รอบซิลิโคน หรือการติดเชื้อน้อยๆที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือการระคายเคืองจากเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

แต่เราพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดพังผืดรัดเต้านมดังนี้ คือ การใส่ซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อเกิดจะเกิดพังผิดมากกว่าใต้กล้ามเนื้อ ซิลิโคนผิวเรียบเกิดพังผืดมากกว่าผิวทราย แต่ก็มีการศึกษาทั้ง 2 ปัจจัยนี้อย่างละเอียด พบว่า ถ้าวางเหนือกล้ามเนื้อ ซิลิโคนผิวเรียบเกิดพังผืดมากกว่าผิวทรายจริง แต่ถ้าวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ ทั้งซิลิโคนผิวเรียบและผิวทรายเกิดพังผืดพอๆกัน นอกจากนี้ยังพบว่า แผลผ่าตัดทางปานนมเกิดพังผืดมากกว่าแผลอื่น และการผ่าตัดที่มีเลือดออกมาก หยุดเลือดไม่ดี เนื้อเยื่อชอกช้ำมากทำให้เกิดพังผืดมากกว่า

หน้าอกเราที่ใส่ ซิลิโคนแข็งหรือยัง ?

การเลือกขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม

หน้าอกเราที่ใส่ซิลิโคน..แข็งหรือยัง ถึงตอนนี้หลายๆคนคงคลำหน้าอกตัวเองแล้วสงสัยว่าของเราแข็งหรือยัง ซึ่งการแบ่งระดับของเต้านมแข็ง จากพังผืดรัดเต้านม เป็น 4 ระดับด้วยกัน คือ

  • ระดับที่ 1 แบบปกติ แบบนี้คือ คลำซิลิโคนได้เหมือนเนื้อหน้าอกปกติ
  • ระดับที่ 2 เริ่มมีพังผืด แบบนี้หน้าอกจะแข็งเล็กน้อย แต่ไม่มีอาการใดๆ และยังไม่มีการผิดรูป
  • ระดับที่ 3 พังผืดปานกลาง หน้าอกแข็งชัดเจน ผิดรูป แต่คนไข้ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
  • ระดับที่ 4 พังผืดรุนแรง หน้าอกแข็งมาก ผิดรูป และคนไข้มีอาการปวด

การป้องกันการเกิดพังผืดรัดเต้านม

การป้องกันการเกิดพังผืดรัดเต้านม ..ทำได้อย่างไร ศัลยแพทย์ตกแต่งมีพยายามป้องกันทุกทางเพื่อให้เกิดพังผืดรัดเต้านมน้อยที่สุด โดย

  • การหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดรอบปานนม ไปใช้ทางรักแร้หรือใต้ฐานหน้าอกแทน
  • ลือกใส่ซิลิโคนที่ใต้กล้ามเนื้อ โดยเฉพาะถ้าจะใช้ซิลิโคนผิวเรียบควรใส่ใต้กล้ามเนื้อ
  • การผ่าตัดอย่างนุ่มนวล เพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อช้ำมาก ให้เลือดออกน้อยๆ หยุดเลือดดีๆ เพื่อเหลีกเลี่ยงการเกิดเลือดคั่งและน้ำเหลืองคั่ง
  • การป้องกันการติดเชื้อโดยทำความสะอาดแผลผ่าตัดอย่างดี
  • ตลอดจนการใช้ยาปฏิชีวนะต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อ
  • ส่วนการนวดหน้าอกหลังการผ่าตัด ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

การใช้ยา montelukast หรือ Singulair ซึ่งเป็นยารักษาโรคหอบหืด ในการป้องกันได้ผลดี แต่ยานี้มีพิษต่อการทำงานของตับ จึงไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายและต้องเผ้าระวังการทำงานของตับด้วย

การรักษาพังผืดรัดเต้านม

การรักษาส่วนใหญ่ทำได้โดยการผ่าตัด โดยต้องจัดการ 3 อย่างคือ

  1. เรื่องพังผืด จะต้องทำอย่างไร
  2. ตำแหน่งซิลิโคนจะให้อยู่เหนือหรือใต้กล้ามเนื้อดี
  3. เรื่องซิลิโคน ต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่ ?

1. การจัดการกับพังผืด

เรื่องแรกเรื่องการจัดการกับพังผืด หลายๆคนเชื่อว่า การรักษาที่ดีที่สุดคือการเลาะพังผืดออกทั้งหมด แต่ในบางครั้งทำไม่ได้เพราะพังผืดติดกับกระดูกหน้าอก ถ้าเลาะออกอาจทำให้เข้าปอดได้ อาจจะไม่คุ้มกับความเสี่ยง จึงมีการศึกษาเรื่องการเลาะพังผืดออก พบว่า การเลาะพังผืดออกทั้งหมด และการเลาะพังผืดออกบางส่วน ทำให้เกิดพังผืดซ้ำไม่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าพังผืดไม่หนามาก ก็ผ่าตัดขยายพังผืดออกก็พอ แต่ถ้าพังผืดหนาและแข็งมากหรือมีหินปูนเกาะควรเลาะพังผืดออกทั้งหมดหรือตัดพังผืดออกให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การจัดการกับพังผืด

2. การเปลี่ยนตำแหน่งการวางซิลิโคน

ส่วนเรื่องที่สองเรื่องการเปลี่ยนตำแหน่งการวางซิลิโคน การเปลี่ยนตำแหน่งจากการวางเหนือกล้ามเนื้อลงไปใต้กล้ามเนื้อก็ลดการเกิดพังผืดได้เช่นกัน แต่ถ้าอยู่ใต้กล้ามเนื้ออยู่แล้วก็คงไม่เปลี่ยนขึ้นมาเหนือกล้ามเนื้อ เพราะมีโอกาสเกิดพังผืดมากกว่า

3. ซิลิโคน ต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่ ?

ข้อที่สามเรื่องซิลิโคน จะใช้ซิลิโคนเดิมได้หรือไม่ ซึ่งมีการศึกษาพบว่าการเปลี่ยนซิลิโคนใหม่จะได้ผลในการลดพังผืดได้ดีกว่าการใช้ซิลิโคนเดิม
ดังนั้นในการรักษาพังผืดรัดหน้าอกในคนไข้ที่มาปรึกษาผมจึงมีหลักการตามที่กล่าวมา คือการเลาะพังผืดออกเท่าที่เป็นไปได้ให้มากที่สุด ถ้าเดิมซิลิโคนอยู่เหนือกล้ามเนื้อจะเปลี่ยนลงไปอยู่ใต้กล้ามเนื้อ และเปลี่ยนซิลิโคนคู่ใหม่ เพื่อให้ลดการเกิดพังผืดรัดเต้านมซ้ำให้น้อยที่สุด ส่วนเรื่องการเปลี่ยนซิลิโคนเป็นผิวทรายหรือ silk surface จะต้องคุยกับคนไข้เป็นรายๆไป เรื่องความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือที่เรียกว่า breast implant related anaplastic large cell lymphoma (BIA-ALCL) ซึ่งจะได้คุยกันในตอนต่อๆไป

รับชมคลิป ไม่อยากหน้าอกแข็ง หลังเสริมซิลิโคน ต้องดูคลิปนี้

ปรึกษาทีมแพทย์ BeContour

ท่านที่มีปัญหาต้องการปรึกษา สอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรม สามารถสอบถามได้ทาง LINE @becontour (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน) หรือโทร 065-528-9264


4 หน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังลดน้ำหนัก

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี หน้าอกหลังลดน้ำหนัก เปลี่ยนแปลงได้กี่แบบ แก้ไขอย่างไรดี หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ก็เห็นเพื่อนๆ บอกว่า ลดน้ำหนักแล้วนมจะเล็ก จะหย่อนคล้อย เลยไม่กล้าลดน้ำหนัก วันนี้เรามาดูกันว่า หน้าอกหลังลดน้ำหนักจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี และจะแก้ไขอย่างไรต่อไป หลังลดน้ำหนัก หน้าอกจะเปลี่ยนไปได้กี่แบบ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักปริมาณมาก หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงลดน้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลขึ้น หน้าอกหลังลดน้ำหนักก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่ในบางคน ลดน้ำหนักไม่มาก แต่หน้าอกก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนหน้าอกเล็กลง ในบางคนก็ไม่เล็กลง ในบางคนลดน้ำหนักแล้วผิวหนังและเนื้อนมก็หย่อนคล้อย จนเหมือนถุงกาแฟ แต่ในบางคนก็ไม่หย่อนคล้อย ดังนั้น การพิจารณาง่ายๆ ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ ก็ขึ้นกับสองปัจจัยด้วยกัน หนึ่งคือขนาดหน้าอกใหญ่พอหรือไม่ และสองคือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราจับคู่ก็จะได้เป็น 4 แบบ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้ จะมาดูทีละกลุ่มว่า กลุ่มไหนต้องแก้ไข และกลุ่มไหนไม่ต้องแก้ไข หน้าอกใหญ่ ไม่หย่อนคล้อย หน้าอกใหญ่ […]

กฎ 5 ข้อที่ต้องทำ ก่อนผ่าตัดยกกระชับให้ Fit and Firm

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี ก่อนผ่าตัดยกกระชับรูปร่างต้องรู้! ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการดูแลสุขภาพ หลาย ๆ คนไปลงทุนผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เมื่อลดน้ำหนัก แล้วมีผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการผ่าตัดยกกระชับ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อไหร่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดยกกระชับ ตัดผิวหนัง และไขมันส่วนเกินออก ในบทความนี้ คุณจะได้ทราบว่า กฎสำคัญ  5 ข้อก่อนการผ่าตัดยกกระชับมีอะไรบ้าง ปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังการลดน้ำหนัก ปัจจุบันการลดน้ำหนักมีแนวโน้มเพิ่มอย่างสูง  เนื่องจากลดน้ำหนักแล้วทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ จะดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคประจำตัวที่เคยมีอยู่ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็มักจะลดน้อยลงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ก็อาจจะเกิดผลตามมาจากการลดน้ำหนักโดยเฉพาะการลดน้ำหนักปริมาณมากหรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งทำให้ผิวหนังและไขมันส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายและใช้ชีวิตในสังคมจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจตามมาได้ ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดยกกระชับ สำหรับคนที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อย และต้องการมาผ่าตัดยกกระชับ เพื่อทำให้ได้รูปร่างที่ดีขึ้น ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องรอให้เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดก่อน กฎ 5 ข้อที่ต้องทำก่อนผ่าตัดยกกระชับ กฎข้อที่ 1 BMI ต้องน้อยกว่า 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร กฎข้อที่ 1 คือ มี Body Mass Index […]

ลดน้ำหนักอย่างเดียวไม่พอ! ทำไมต้องกระชับรูปร่างหลังผอมลง?

รศ.นพ.พรเทพ พึ่งรัศมี คนลดความอ้วนต้องฟัง! ปัจจุบันใครก็อยากจะมีร่างกายผอมเพรียว หุ่นดี หลายคนลงทุนไปผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก หรือบางคนใช้วิธีการคุมอาหารออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งใช้ยาในการลดความอ้วน เมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะแก้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ Massive Weight Loss คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? หลายคนที่ลดความอ้วนลงมา แล้วหวังว่าหุ่นจะดีขึ้น รูปร่างจะดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่มากนัก แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักมากจนเข้าเกณฑ์ “ภาวะลดน้ำหนักปริมาณมาก” หรือที่เรียกว่า Massive Weight Loss ซึ่งหมายถึงการลดน้ำหนักตัวมากกว่า 50 ปอนด์หรือ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันและผิวหนัง เกิดเป็นผิวหนังเกินและหย่อนคล้อยทั่วร่างกาย ทำให้เกิดสรีระผิดรูป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านกายภาพหลายด้าน ผิวหนังที่ม้วนพับหย่อนลง ทำให้การดูแลสุขภาพอนามัยยากขึ้น เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน แผลถลอก และการติดเชื้อซ้ำๆ อาจมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่จากน้ำหนักผิวหนังส่วนเกิน รวมถึงมีผลต่อการเคลื่อนไหว พบว่าภายหลังการผ่าตัดลดน้ำหนัก ผู้หญิงเกือบ 80% รู้สึกว่าผิวหนังส่วนเกินรบกวนการเคลื่อนไหว ส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกือบ 50% หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ผลกระทบต่อสุขภาพใจและการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการเกิดสรีระผิดรูปยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

Message us